sagame
pussy888
pussy888
pgslot
Slotxo
Joker123
บาคาร่า
sagame
บาคาร่า
918kiss
super slot
pg slot
รับทำ SEO ติดต่อโฆษณา Banner ทาง Line >> คลิกที่นี่ <<

ผู้เขียน หัวข้อ: วิชาความรู้พื้นฐาน “โรคติดเชื้อเอชไอวี” ที่ไม่พอๆกับ “โรคภูมิคุมกันบกพร่อง” เสมอ  (อ่าน 4 ครั้ง)

veerachai29

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 38367
  • รับทำ SEO No.1 SEONo1.co.th
    • ดูรายละเอียด
โรคติดเชื้อเชื้อไวรัสไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง (HIV) จัดเป็นโรคติดต่อที่มีความสำคัญรวมทั้งเป็นปัญหาสาธารณสุขของโลก ยังไม่มีกระบวนการรักษาให้หายขาดได้ โดยเหตุนี้สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรทำได้คือ “การป้องกันอย่างถูกทางเพื่อไม่ให้ติดเชื้อโรคเอชไอวี”ไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคภูมิต้านทานผิดพลาด แล้วก็โรคเอดส์ (AIDS) ซึ่งเป็นระยะด้านหลังของการติดเชื้อเอชไอวีที่มีภูมิต้านทานต่ำแล้วก็มีโรคแทรกได้ เชื้อจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ซีดีโฟร์ (CD4) นำมาซึ่งการทำให้ภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายลดต่ำลงทำให้มีโอกาสมีการติดโรคฉวยโอกาสต่างๆยกตัวอย่างเช่น วัณโรค ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฯลฯ และก็ได้โอกาสเป็นโรคมะเร็งบางจำพวกได้มากกว่าคนธรรมดา ซึ่งอาการบางครั้งก็อาจจะร้ายแรงมากยิ่งกว่าคนธรรมดาทั่วไป รวมทั้งอาจเป็นต้นเหตุสำคัญของการเสียชีวิตผู้ติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องที่ยังมีระบบภูมิต้านทานโรคที่ดีพอควร เราจะเรียกว่า “ผู้ติดโรคเอชไอวี” ส่วนผู้ที่ติดโรคที่มีภูมิคุ้มกันลดลง กระทั่งมีภูมิคุ้มกันผิดพลาดหรือเกิดลักษณะของการเจ็บป่วยเป็นโรคชุบมือเปิบ เราจะเรียกว่า “คนเจ็บเอดส์”เมื่อป่วยด้วยโรคติดเชื้อฉวยโอกาสแล้วจำต้องรับการดูแลรักษา และการปกป้องคุ้มครองไม่ให้กำเนิดเป็นซ้ำ จนกระทั่งระดับภูมิคุ้มกันโรคหรือซีดีโฟร์จะสูงมากขึ้นเพียงพอที่จะคุ้มครองปกป้องร่างกายจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาส และเพียงพอที่จะต่อสู้กับเชื้อเอชไอวีได้ในระดับหนึ่งด้วยภูมิของร่างกายเองเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสเลือด น้ำเหลือง น้ำกาม น้ำในช่องคลอด ส่วนน้ำลาย เสมหะ และก็น้ำนมมีปริมาณเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องน้อย สำหรับเหงื่อ ปัสสาวะ แล้วก็อุจจาระแทบไม่เจอเลย ดังนี้มีหนทางการติดต่อที่สำคัญ ได้แก่
1.การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่คุ้มครอง ทั้งทางช่องคลอดรวมทั้งทวารหนัก ก็ล้วนมีโอกาสติดเชื้อโรคได้ทั้งหมดทั้งปวง จากข้อมูลระบาดวิทยาพบว่า มากกว่าจำนวนร้อยละ 80 ของผู้ติดโรคได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์
2.ใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดโรคเอชไอวี ซึ่งมักพบในกลุ่มผู้ฉีดสิ่งเสพติดเข้าเส้นโลหิต
3.การสัมผัสเลือดหรือน้ำเหลืองของผู้ติดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องผ่านผิวสัมผัสที่เป็นแผลเปิดหรือรอยถลอกปอกเปิก รวมถึงการใช้ของมีคมร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยไม่ชำระล้างอุปกรณ์ให้สะอาดเพียงพอ
4.การติดต่อจากแม่สู่ลูก ทั้งยังระหว่างตั้งครรภ์ การคลอดและก็การเลี้ยงด้วยนมแม่
5.การรับโลหิตบริจาคที่มีเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องแปดเปื้อน ซึ่งได้โอกาสน้อยมากในตอนนี้ เนื่องจากว่าเลือดที่ได้รับบริจาคทุกขวดต้องผ่านการตรวจค้นการรับเชื้อ
ถ้าเกิดสงสัยว่าได้รับเชื้อ ควรจะรีบปรึกษาหมอเพื่อรับประทานยาต้านทานเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องแบบเร่งด่วนหรือยา PEP (เพ็ป) ข้างใน 72 ชั่วโมง หรือแม้มีการเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อ สามารถรับประทานยา PrEP (เพร็ป) ซึ่งเป็นยาที่กินก่อนจะได้รับเชื้อหรือคุ้มครองปกป้องเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องได้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้ติดโรคเอชไอวี ดังเช่น
1.จำนวนเชื้อที่ได้รับ แม้ได้รับเชื้อในจำนวนมากก็ได้โอกาสติดเชื้อสูง
2.การมีบาดแผล ทำให้มีโอกาสติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องสูง เนื่องจากเชื้อสามารถเข้าสู่บาดแผลได้ง่าย
3.ความถี่สำหรับเพื่อการสัมผัสเชื้อ ถ้ามีการสัมผัสเชื้อเอชไอวีบ่อยครั้ง จังหวะเสี่ยงติดโรคจะสูง
4.สุขภาพของผู้รับเชื้อ ถ้าหากสุขภาพอ่อนแอจะได้โอกาสติดเชื้อได้ง่าย
5.การติดเชื้อผ่านแผลเริม เหตุเพราะแผลเริมจะมีเม็ดเลือดขาวอยู่ที่รอบๆแผลจำนวนไม่ใช่น้อย ทำให้เพิ่มการเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวีได้ง่ายอย่างไรก็แล้วแต่ เชื้อเอชไอวีไม่ติดต่อจากการหายใจ จามรดกัน การกินอาหารด้วยกัน การใช้ภาชนะเครื่องครัว จาน ถ้วยชาม แก้วน้ำด้วยกัน การใช้โทรศัพท์ด้วยกัน การเล่นกีฬาหรือยน้ำในสระเดียวกัน การใช้ห้องน้ำร่วมกัน การอยู่ข้างในห้องเรียน หรือยานพาหนะเดียวกัน การอาศัยอยู่ร่วมกัน การสัมผัสหรือกอดกัน การเช็ดกยุงหรือแมลงกัดโดยทั่วไป เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องเมื่อออกมานอกร่างกายของผู้ติดโรคหรือผู้ป่วยแล้ว จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ด้วยเหตุว่าไม่ทนทานต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ แสงอาทิตย์ ความร้อน ความแห้ง สภาวะกรด-ด่าง ทั้งเชื้อไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ภายในร่างกายของสัตว์อื่นได้ หากถูกน้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือสารเคมีก็จะยิ่งมีอายุสั้นลงไปอีก หรือแม้กระทั้งสบู่หรือแฟ้บตามบ้านเรือนก็สามารถทำให้เชื้อเอชไอวีอายุสั้นลงได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ภูมิคุ้มกันบกพร่อง [pr]

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.healththailand.net/?s=%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%8C [pr]

Tags : เอดส์,ภูมิคุ้มกันบกพร่อง