No1

ผู้เขียน หัวข้อ: รับประทานให้เป็นยา สรรพคุณ“กล้วย”ที่คนไม่ค่อยทราบ!  (อ่าน 5 ครั้ง)

kkthai20009

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11653
  • รับทำ SEO No.1 SEONo1.co.th
    • ดูรายละเอียด
คนประเทศไทยกับต้นกล้วยเป็นความผูกพันมาช้านาน แม้ว่าวันนี้เราจะใช้ใบตองกล้วยน้อยลง หรือเลิกใช้เชือกกล้วยไปแล้วก็ตาม แต่ประเพณีชีวิตคนประเทศไทยกับต้นกล้วยยังแยกกันทำไมได้ ไม่ว่าพิธีขึ้นที่อาศัยใหม่ หรือขบวนแห่ขันหมากเสเชิงแต่งงานก็จะขาดต้นกล้วยหนักเกิน ไปจนถึงพระราชพิธีพระบรมศพก็แล้วก็มีการแทงหยวกกล้วยเป็นแบบประกอบพระเมรุ  ที่สำคัญคือเครื่องบายศรีใหญ่น้อยทั้งหลายหน่ใช้ในพิธีศักดิ์สิทธิ์ล้วนทำมาจากใบตองที่นำมารีเป็นกลีบเป็นกรวยสวยสด

อันเป็นที่มาสรรพสิ่งคำสำคัญที่ผูกพันชีวิตคนประเทศไทยกับต้นกล้วยว่า “พิธีรีตอง”
ข้างต้นเป็นเรื่องของกล้วยกับประเพณีไทย ในที่นี้จะขอกล่าวถึงการ “กินกล้วยเป็นอาหารกับยา” ซึ่งดำรงอยู่ในวัฒนธรรมโภชนาการและแพทย์พื้นบ้านเรือนไทยมาแต่โบร่ำโบราณไม่ขาดชนิดมาจนถึงประจำวันนี้ คนเกรงไทยรู้จักกินกล้วยหลายประเภทแต่ที่ฮิตยิ่งขึ้นไปก็คือ “กล้วยน้ำว้า” นอกเหนือจากผลดีทางด้านอาหารแล้ว กล้วยยังมีคุณค่าอนันต์ในทางยา ต่อจากนั้น

  • หมอพื้นที่อยู่ใช้ใบตองอ่อนที่ยังม้วนอยู่ นำมาอังไฟเกี่ยวกับประคบถูกชะตาษาอาการปวดหน้าอก อาการอักเสบพุครบแล้วงข้าวของเครื่องใช้ผิวหนัง หรือนำมาต้มน้ำดื่มแก้ท้องหมดลม บิด แก้ผื่นคัน
  • สมัยที่ยาเพนิซิลินหาลำบาก น้ำคั้นสดจากหยวกกล้วยช่วยเยียวยาโรคหนองใน ดื่มแก้ท้องร่วง ท้องได้เงินเส
  • น้ำคั้นสดจากหยวกกล้วย ใช้ชโลมหนังศีรษะกับเส้นผมซ้ำๆๆ เพื่อมีใจษาอาการผมร่วงด้วยกันปลูกผม น้ำคั้นจากเหง้าเป็นยาแก้้และบำรุงร่างกาย
  • มีฤทธิ์ป้องกันกับรักใคร่ษาแผลในกระเพาะอาหารในหนูทดลองหลายชนิด ซึ่งทำได้เทียบเคียงได้กับคน พบว่าผงกล้วยดิบในความจุ 5 กรัม/วัน (เพื่อที่จะหนูทดทดลอง) หรือโดยประมาณ 250 กรัม/วัน สำหรับคน รอบรู้เอาใจช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะได้ กับถ้าเพิ่มปด้านหลังาณขนาด 7 กรัม/วัน (สำหรับหนูทดลอง) หรือโดยประมาณ 350 กรัม/วันเพื่อจะคน จะช่วยบำรุงชอบพอษาแผลในกระเพาะที่เกิดจากการได้รับยาแอสไพริน  โดยพบว่ากล้วยจะไปกระตุ้นให้เซลล์ในเยื่อบุกระเพาะหลั่งสารเมือก (mucin) ออกมาเคลือบกระเพาะ เพิ่มความหนาพร้อมด้วยความอยู่ยืดของใช้เยื่อบุกระเพาะ ลดความเป็นกรดในกระเพาะ กระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวประเภทมาโครฟาจ (macrophage) ซึ่งช่วยเหลือเร่งการสมานแผลในกระเพาะอาหารให้หายเร็วขึ้น
  • พบว่า ผงกล้วยดิบความจุ 40 กรัม/วัน ด้วยว่าคนเป็นยาบำรุงพึงพอใจษาเบาหวานที่ได้ผลดีพร้อมกับไม่เป็นอันยี่ห้อย โดยออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างอินซูลินพร้อมด้วยกระตุ้นการใช้น้ำตาลกลูโคสในร่างกายด้วย
  • กล้วยดิบมีเส้นใยอาหารจำพวกเฮมิเซลลูโลส (hemicellulose) ด้วยกันนิวตรอลดีเทอร์เจนต์ (nutral detergent fiber-NDF) ซึ่งเป็นเส้นใยที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ มีฟีเจอร์เอาใจช่วยเพ่งดซึมไขมันพร้อมด้วยคอเลสเตอรอลไว้แล้วถ่ายเทมากับอุจจาระก้อนโตทำเอาร่างกายแลดูดซึมซับคอเลสเตอรอลน้อยลง ส่งผลให้ปเชิงาณไขมันในเลือดพร้อมกับเนื้อเยื่อไม่ดีด้วย
  • ยิ่งไปว่านั้นช่วยบังคับความดันโลหิตให้อยู่ในค่าปกติแล้ว กล้วยดิบโดยเฉพาะอย่างมากมายกล้วยดิบปิ้งยังเป็นอาหารยาช่วยลดน้ำหนักได้ดีพร้อมกับไม่เป็นอันยี่ห้อย
  • มีการเรียนรู้ฤทธิ์บำรุงพึงพอใจษาตับสรรพสิ่งกล้วยในหนูที่ได้รับยาพาราเซตามอลซึ่งทำเอาเกิดความเป็นพิษต่อตับ พร้อมกับเมื่อป้อนอาหารที่มีส่วนผสมข้าวของเครื่องใช้ผงกล้วยแค่ 10% ให้หนู พบว่าผงกล้วยสนับสนุนกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ข้าวของเซลล์ตัเหตุี่ถูกทำอันตรายจากยาพาราเซตามอลได้ พร้อมทั้งยังปกป้องการเพิ่มขึ้นข้าวของสารสีเหลืองบิลิรูบิล (bilirubin) ในเลือด เนื่องด้วยตับเสื่อมไม่สมรรถกำจัดสารบิลิรูบิลได้


ปัจจุบันนี้กล้วยถูกจัดเป็นสมุนไพรในสาธารณสุขพื้นฐานใช้หย่อนอาการท้องไม่ทำงานแบบไม่รุนแรง โดยมีวิธีการรับประทานสบายๆ ครั้นแล้ว ใช้กล้วยน้ำว้าห่ามสดครั้งละครึ่งถึงหนึ่งผล หรือผงกล้วยปั้นเม็ดลูกกลอนครั้งละ 4 เม็ด หรือใช้ผงกล้วยครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ รับประทานวันละ 4 ครั้ง ทำงานนอาหารพร้อมด้วยกระทำการนนอน  ถ้าจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้นควรกินร่วมกับน้ำขิงเพื่อเสริมฤทธิ์การขับลมช่วยเหลือลดกิริยาอาการท้องอืดอาการท้องอืดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมืองเมืองไทยถ้าหากยังเป็นประเทศกำลังพัฒนามาหลายปีดีดัก แต่ก็ยังโชคดีที่มีกล้วยน้ำว้าค่าถูกไว้เป็นอาหารด้วยกันยาชั้นดีสนับสนุนตรวจสอบแลสุขภาพคนไทยตั้งแต่วัยแบเบาะจนถึงผู้ใหญ่
 
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : กล้วยตาก [pr]

Tags : กล้วยตาก,กล้วยอบ